About tesla

This author has not yet filled in any details.
So far tesla has created 5 blog entries.

แก้ไขปัญหาน้ำขังและพื้นโรงงานทรุด ด้วยเทคโนโลยีฉีดสารโพลียูรีเทนจาก Tesla Engineering

ทำไมพื้นทรุดเป็นแอ่งกระทะถึงเป็นอันตรายต่อธุรกิจ?

ปัญหา "พื้นถนนในโรงงานทรุดเป็นแอ่งกระทะ" จนเกิดน้ำขัง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความไม่สะดวกสบายในการสัญจรเท่านั้น แต่คือสัญญาณอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งความปลอดภัย (Safety) และสุขอนามัย (Hygiene) ในสถานประกอบการ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งผ่าน หรือพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ต้องการความสะอาดสูง

น้ำขังบนพื้นโรงงานที่เป็นแอ่งกระทะเนื่องจากปัญหาพื้นคอนกรีตทรุดตัว

ทำไมการปล่อยให้น้ำขังจากพื้นทรุดเป็นเรื่องอันตราย?

  • ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ: รถขนส่งหรือโฟล์คลิฟท์มีโอกาสลื่นไถลได้ง่าย

  • แหล่งสะสมเชื้อโรค: น้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและแบคทีเรีย ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานโรงงาน (GMP/HACCP)

  • ความเสียหายของโครงสร้าง: น้ำที่ซึมลงไปตามรอยแตกจะยิ่งทำให้ชั้นดินด้านล่างอ่อนตัว และเร่งให้พื้นทรุดตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม

นวัตกรรมฉีดสารโพลียูรีเทน ทางออกที่ตอบโจทย์โรงงานที่สุด

Tesla Engineering นำเสนอเทคโนโลยีการแก้ไขพื้นทรุดด้วยการฉีดสาร High-Density Polyurethane (HDP) ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าการทำถนนใหม่

6 ขั้นตอนการแก้ไขพื้นทรุดอย่างมืออาชีพ

วิศวกรใช้กล้องระดับสำรวจพื้นทรุดก่อนแก้ไข

1.การวิเคราะห์ระดับด้วยกล้องเซอร์เวย์ (Level Surveying)

ทีมงานจะใช้ กล้องระดับ (Auto Level) ส่องวัดค่าจาก ไม้สต๊าฟ (Staff) เพื่อหาจุดต่ำสุดของแอ่งน้ำและคำนวณทิศทางการไหลที่ถูกต้อง ข้อมูลนี้จะถูกนำมาใช้วางแผนการฉีดเพื่อยกปรับความลาดชัน (Slope) ให้น้ำไหลลงท่อระบายน้ำได้อย่างแม่นยำตามหลักวิศวกรรมครับ

2. การเจาะรูด้วยสว่านโรตารี่แฮมเมอร์ (Drilling Process)

ทีมงานจะใช้ สว่านโรตารี่แฮมเมอร์ (Rotary Hammer Drill) สมรรถนะสูง เจาะผ่านชั้นคอนกรีตลงไปถึงชั้นดินที่มีปัญหา โดยใช้ดอกสว่านขนาด 16 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กพอจะรักษาความสวยงามของผิวพื้นเดิม แต่กว้างพอที่จะรองรับแรงดันในการฉีดสารโพลียูรีเทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมควบคุมระยะการเจาะให้เป็นระเบียบตามแนว Grid Line ที่วางแผนไว้ครับ

การเจาะรูขนาดเล็กบนพื้นคอนกรีตเพื่อเตรียมฉีดโพลียูรีเทน
ขั้นตอนการฉีดสารโพลียูรีเทนยกปรับระดับพื้นทรุด
ขั้นตอนการฉีดสารโพลียูรีเทนยกปรับระดับพื้นทรุด
ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังใช้ปืนฉีดโพลียูรีเทนแรงดันสูงลงใต้พื้นคอนกรีตเพื่อเติมโพรง

3. การฉีดสารเพื่อการ เติมเต็มโพรง และ ยกพื้น (Injection Process)

เราจะเจาะรูขนาดเล็กเพียง 16 มม. (เล็กกว่าเหรียญบาท) แล้วฉีดสารโพลียูรีเทนเหลวลงไปใต้พื้นคอนกรีต สารนี้จะขยายตัวด้วยแรงดันสูงเพื่อ

  • เติมเต็มโพรง เข้าไปแทนที่ช่องว่างใต้พื้นดินที่เป็นสาเหตุของการทรุดตัว

  • ยกพื้นคืนระดับ แรงดันจากการขยายตัวจะค่อยๆ ดันแผ่นพื้นคอนกรีตที่เป็นแอ่งให้ลอยตัวกลับขึ้นมาในระดับที่ต้องการ

วิศวกรติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเลเซอร์แบบหมุน (Rotary Laser) เพื่อควบคุมระดับการยกตัวแบบ Real-time
การใช้ระบบเลเซอร์ควบคุมระดับพื้นให้เรียบเนียน

4.การควบคุมระดับด้วยเลเซอร์ (Laser Monitoring)

ในระหว่างขั้นตอนการฉีดสาร ทีมงานจะใช้ เครื่องส่งสัญญาณเลเซอร์ (Laser Level) ร่วมกับตัวรับสัญญาณที่มีความไวสูง เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์การเคลื่อนที่ของพื้นแบบ Real-time โดยระบบสามารถอ่านค่าการยกตัวได้ละเอียดแม่นยำทุกๆ 0.5 มิลลิเมตร เมื่อพื้นขยับขึ้นจนถึงระดับความลาดชันที่คำนวณไว้ ทีมงานจะหยุดการฉีดทันที เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นราบเรียบสม่ำเสมอและแก้ปัญหาน้ำขังได้อย่างเด็ดขาดครับ

ปิดรูฉีดด้วยปูน Non-shrink grout เพื่อความแข็งแรงทนทาน

5. ปิดรูเจาะด้วย Non-Shrink Grout

ขั้นตอนสุดท้ายคือการอุดรูเจาะด้วย Non-Shrink Grout (ปูนเกร้าท์ชนิดไม่หดตัว) ซึ่งมีความแข็งแรงสูงกว่าคอนกรีตทั่วไป ทนทานต่อแรงกดทับของรถบรรทุกได้ดีเยี่ยม และเก็บสีผิวหน้าให้เรียบร้อยสวยงาม

วิศวกรใช้ตัวรับสัญญาณเลเซอร์ตรวจสอบค่าระดับขั้นสุดท้ายหลังการฉีดเสร็จสิ้นเพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน
รายงานผลการส่องกล้องสำรวจระดับ (Level Survey Report) ที่แสดงกราฟเปรียบเทียบค่า Before & After สำหรับการส่งมอบงาน

6.การส่องกล้องเก็บระดับและจัดทำรายงาน (Final Survey Report)

ในขั้นตอนสุดท้าย ทีมงานจะใช้ กล้องระดับ (Auto Level) ส่องวัดค่าระดับจากไม้สต๊าฟตามแนว Grid Line เดิมที่วัดไว้ก่อนเริ่มงานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อบันทึกค่าระดับที่เป็นตัวเลขเชิงวิศวกรรมลงใน Leveling Report ซึ่งจะเปรียบเทียบค่าระดับ "ก่อนทำ" (Before) และ "หลังทำ" (After) เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความแม่นยำในการซ่อมแซมและส่งมอบงานให้ลูกค้าได้รับทราบถึงประสิทธิภาพการยกปรับระดับที่สมบูรณ์ครับ

VDO ตัวอย่างงานแก้ไขปัญหาน้ำขังบนพื้นคอนกรีต

เหตุผลที่โรงงานชั้นนำเลือก Tesla Engineering

  1. ไม่ต้องหยุดไลน์การผลิต (Zero Downtime): สารเซตตัวไว ใช้งานพื้นที่ได้ทันทีหลังทำเสร็จภายใน 15-30 นาที

  2. ไร้ฝุ่น ไร้เสียงดัง: ไม่มีงานทุบรื้อคอนกรีต ไม่รบกวนการทำงานในส่วนอื่นๆ

  3. แม่นยำสูง: ควบคุมการยกด้วยระบบเลเซอร์และกล้องระดับมาตรฐานวิศวกรรม

  4. สะอาดและปลอดภัย: สารโพลียูรีเทนไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำ

  5. ประหยัดงบประมาณ: ราคาคุ้มค่ากว่าการทุบทำพื้นใหม่ และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนย้ายขยะก่อสร้าง

เปลี่ยนพื้นที่น้ำขังให้กลับมาแห้งสะอาดและปลอดภัย ด้วยมืออาชีพด้านการแก้ไขพื้นทรุด

ติดต่อ Tesla Engineering วันนี้ เพื่อประเมินหน้างานและรับคำปรึกษาจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

โทร: 063-343-1590 Line: @teslaeng
ผลลัพธ์หลังแก้ไขพื้นทรุดน้ำขังด้วยวิธีฉีดโฟม

By |2026-05-08T18:14:18+07:008 พฤษภาคม 2026|PU Foam Injection|0 Comments

ซ่อมพื้นทรุดด้วยการฉีดโฟม (PU Foam) อยู่ได้นานไหม?

เจาะลึกความทนทานที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

เมื่อเกิดปัญหา พื้นทรุด พื้นแตกร้าว หรือมีโพรงใต้คอนกรีต หลายคนเริ่มมองหาเทคโนโลยีซ่อมแซมที่รวดเร็วและไม่ต้องทุบพื้นเดิม หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในงานวิศวกรรมคือ การฉีดโฟมโพลียูรีเทน (PU Foam Injection)

แต่คำถามที่เจ้าของบ้าน ผู้จัดการโรงงาน และผู้ดูแลอาคารมักถามเสมอคือ

"ซ่อมพื้นทรุดด้วย PU Foam แล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน?"

บทความนี้จะพาคุณ เจาะลึกความทนทานของ PU Foam ตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงถูกใช้ในงานโครงสร้างและงานอุตสาหกรรมทั่วโลก

สารโพลียูรีเทนซ่อมพื้นทรุด

PU Foam Injection คืออะไร

PU Foam Injection คือการซ่อมพื้นทรุดโดยการ
เจาะรูขนาดเล็กบนพื้นคอนกรีต แล้วฉีดสาร Polyurethane Foam ชนิดโครงสร้าง ลงไปใต้พื้น

เมื่อสาร Isocyanate (ISO) และ Resin ผสมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีและแข็งตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้ง

  • ขยายตัวประมาณ 10–20 เท่า

  • เติมเต็มโพรงใต้พื้น

  • อัดแน่นชั้นดิน

  • สร้างแรงยกเพื่อปรับระดับพื้นคอนกรีต

วิธีนี้ช่วยให้สามารถซ่อมพื้นทรุดได้ โดยไม่ต้องทุบหรือรื้อพื้นเดิม

PU Foam อยู่ได้นานแค่ไหน?

หากใช้ PU Foam เกรดวิศวกรรมและติดตั้งอย่างถูกต้อง อายุการใช้งานสามารถอยู่ได้

ประมาณ 10 – 30 ปี หรือมากกว่า

ในหลายโครงการทั่วโลก รวมถึงงานซ่อมพื้นถนน สนามบิน และโรงงานอุตสาหกรรม
พบว่าวัสดุ Polyurethane Foam มีความเสถียรสูงและไม่สลายตัวง่ายในดิน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PU Foam มีความทนทาน ได้แก่

  • โครงสร้างแบบ Closed Cell

  • การดูดซึมน้ำต่ำ

  • ความแข็งแรงต่อแรงอัดสูง

  • น้ำหนักเบา ไม่เพิ่มภาระให้ชั้นดิน

ทำไม PU Foam ถึงมีความทนทานสูง

1. โครงสร้าง Closed Cell ไม่ดูดน้ำ

โฟมชนิดนี้มีโครงสร้างเซลล์ปิด ทำให้

  • น้ำซึมผ่านได้ยาก

  • ไม่เกิดการอุ้มน้ำเหมือนวัสดุบางประเภท

  • ลดโอกาสการเสื่อมสภาพ

จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นหรือมีน้ำใต้ดิน

2. รับแรงอัดได้สูง

PU Foam สำหรับงานวิศวกรรมถูกออกแบบให้สามารถรับแรงอัดสูงได้

ในงานอุตสาหกรรมบางประเภทสามารถรองรับน้ำหนักใช้งานได้ถึง

20 ตันต่อตารางเมตร และสร้างแรงยกได้สูงถึง 50 ตันต่อตารางเมตร

จึงสามารถรองรับการใช้งานของ รถ Forklift รถบรรทุก เครื่องจักรหนัก ลานโหลดสินค้า

3. น้ำหนักเบา ลดความเสี่ยงการทรุดซ้ำ

ข้อดีสำคัญของ PU Foam คือ

น้ำหนักเบามาก โดยมีน้ำหนักประมาณ 65 – 100 กก./ลบ.ม.

เมื่อเทียบกับการฉีดน้ำปูนหรือซีเมนต์ที่อาจหนักถึง 1,000 – 2,000 กก./ลบ.ม.

น้ำหนักที่เบากว่ามากช่วยลดแรงกดต่อชั้นดินเดิม จึงลดโอกาสการทรุดตัวซ้ำในอนาคต

ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งาน

แม้ว่า PU Foam จะมีความทนทานสูง แต่ความยาวนานของการซ่อมแซมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

1. สภาพดินใต้พื้น

หากดินมีการเคลื่อนตัวหรือมีน้ำไหลกัดเซาะต่อเนื่อง อาจต้องมีการแก้ไขร่วมกับการปรับปรุงดิน

2. คุณภาพของวัสดุ

PU Foam แต่ละบริษัทมีคุณสมบัติไม่เท่ากัน
วัสดุเกรดวิศวกรรมจะมีความหนาแน่นและความแข็งแรงสูงกว่า

3. ประสบการณ์ของทีมงาน

การวิเคราะห์ตำแหน่งโพรง และวางแผนจุดฉีดอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
มีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ระยะยาว

ตัวอย่างการติดตามผลหน้างานจริงหลังซ่อมแซมหลายปี

หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนถึงความทนทานของเทคโนโลยี PU Foam Injection ได้ดีที่สุด คือการติดตามผลหน้างานจริงในระยะยาว

ทีมงานเทสล่าเอ็นจิเนียริ่งได้มีโอกาสกลับเข้าไป สำรวจพื้นที่ถนนคอนกรีตในโรงงานอุตสาหกรรมที่เคยซ่อมเมื่อประมาณ 8 ปีที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นคอนกรีตยังคงอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีการทรุดตัวเพิ่มเติม และยังสามารถรองรับน้ำหนักรถบรรทุกและการใช้งานหนักได้ตามปกติ

ทีมงานเทสล่าเอ็นจิเนียริ่งได้มีโอกาสกลับเข้าไป สำรวจพื้นคอนกรีตในโรงงานอุตสาหกรรมที่เคยซ่อมเมื่อประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นคอนกรีตยังคงอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีการทรุดตัวเพิ่มเติม และยังสามารถรองรับน้ำหนัก ถังเคมีและเครื่องจักรที่มีน้ำหนักมาก ใช้งานได้ตามปกติ

ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละบริษัทจึงไม่เหมือนกัน

แม้เทคโนโลยีจะเรียกว่า PU Foam Injection เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว

วัสดุ สูตรเคมี และมาตรฐานการทำงานของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกันอย่างมาก

ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน ได้แก่

  • สูตรและคุณภาพของ Polyurethane Foam

  • ความหนาแน่นของวัสดุ (Density)

  • ความแข็งแรงต่อแรงอัด (Compressive Strength)

  • ประสบการณ์และการวิเคราะห์หน้างานของทีมงาน

หากใช้วัสดุที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ งานรับน้ำหนักโครงสร้าง อาจทำให้ผลลัพธ์ในระยะยาวไม่เสถียร และมีโอกาสเกิดการทรุดซ้ำได้

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกบริษัทซ่อมพื้นทรุด

เพื่อให้มั่นใจว่างานซ่อมมีความปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนาน ควรเลือกบริษัทที่สามารถแสดงข้อมูลทางวิศวกรรมได้อย่างชัดเจน เช่น

  • เอกสารคุณสมบัติทางกายภาพ (PHYSICAL PROPERTIES)

  • ค่าความหนาแน่นของ PU Foam ที่ตรวจสอบได้

  • ผลการทดสอบการรับแรงอัด (Compressive Strength Test)

  • เอกสารหรือแหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับการรับน้ำหนักของวัสดุ

  • ตัวอย่างผลงานจริงและการติดตามผลระยะยาว

การมีข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของโครงการมั่นใจได้ว่า
งานซ่อมแซมไม่ได้อาศัยเพียงการฉีดวัสดุเข้าไปใต้พื้นเท่านั้น แต่เป็นการแก้ไขปัญหาตาม หลักวิศวกรรมที่สามารถตรวจสอบได้

การซ่อมพื้นทรุดด้วย PU Foam Injection สามารถให้ผลลัพธ์ที่ทนทานในระยะยาวได้ หากใช้วัสดุที่มีคุณภาพและดำเนินการโดยทีมที่มีความเชี่ยวชาญ

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีที่ใช้ แต่คือ

มาตรฐานของวัสดุ การวิเคราะห์หน้างาน และเอกสารรับรองทางวิศวกรรม ที่สามารถยืนยันความแข็งแรงและความปลอดภัยของโครงสร้างได้อย่างชัดเจน

By |2026-04-03T16:25:37+07:005 มีนาคม 2026|PU Foam Injection|0 Comments

ข้อจำกัดของการซ่อมพื้นทรุดด้วยโพลียูรีเทน (PU Foam Injection)

แม้ว่าการซ่อมพื้นทรุดด้วยโพลียูรีเทน (PU Foam) การฉีดโฟมยกพื้น จะเป็นวิธีที่ทันสมัย รวดเร็ว ไม่ต้องทุบพื้น และมีความแม่นยำสูง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกสถานการณ์เสมอไป เพราะยังมีบางพื้นที่และบางเงื่อนไขที่ ไม่เหมาะสม ต่อการใช้เทคโนโลยีนี้

 ลูกค้าควรทราบข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนตัดสินใจครับ

1. พื้นที่ที่มีการ "ลงเสาเข็ม" อยู่แล้ว

  • หากโครงสร้างพื้นยึดกับเสาเข็มลึก การฉีดโฟมไม่สามารถเอาชนะแรงยึดเหนี่ยวระหว่างตัวเสาเข็มกับดิน (Skin Friction) ได้
  • ทำให้ไม่สามารถยกพื้นขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะฉีดโฟมเพิ่มก็ไม่ช่วยแก้ไขปัญหา

✅ เหมาะกับงาน Slab-on-Ground หรือพื้นคอนกรีตที่วางบนดินโดยตรง และไม่มีโครงสร้างเสาเข็ม  โครงสร้างฐานแผ่

2. พื้นที่ที่มี "ท่อประปา / ท่อระบายน้ำ / สายไฟใต้ดิน"

  • หากใต้พื้นมีท่อสาธารณูปโภค เช่น ท่อประปาหลัก, ท่อบำบัด, ท่อร้อยสายไฟฟ้า หรือท่อสื่อสาร
  • โฟมที่ขยายตัวภายใต้แรงดันสูง อาจทำให้ท่อเกิด การรั่ว แตก หรือเสียหาย ได้
  • อีกทั้ง หากไม่มีแบบแปลนหรือไม่ทราบตำแหน่งท่อที่แน่ชัด อาจเกิดความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

⚠️ แนะนำ: ควรตรวจสอบแผนผังท่อ หรือใช้เครื่องมือสแกนใต้ดินก่อนทุกครั้ง

3. พื้นที่ที่ "ไม่ทนต่อแรงดันของโฟม"

เนื่องจาก PU Foam มีคุณสมบัติขยายตัวสูง จึงไม่เหมาะกับพื้นบางประเภท เช่น

  • พื้นตัวหนอน
    → ทำจากซีเมนต์ผสมทราย โครงสร้างบาง ไม่ยึดแน่นกับดิน
    → โฟมอาจไหลดันออกตามรอยแตก ไม่สามารถอัดแน่นได้เต็มที่

🟥 กรณีที่ "ไม่สามารถฉีดโฟมได้"

พื้นยางมะตอยเทบนดิน (Asphalt on Soil)

  • โครงสร้างยางมะตอยมีความยืดหยุ่นสูงและไม่มีแผ่นฐานคอนกรีตรองรับ

  • เมื่อฉีดโฟมเข้าไป โฟมจะขยายตัวแบบไม่สามารถควบคุมทิศทางได้

  • ผลที่เกิดขึ้น:
    ❌ โฟมอาจดันยางมะตอยให้โก่งหรือแตก
    ❌ ไม่สามารถอัดแน่นดินได้เต็มที่ เพราะแรงดันจากโฟมถูกดูดซับโดยชั้นยางมะตอย

➡️ สรุป: พื้นยางมะตอยเทบนดินโดยตรง "ไม่แนะนำให้ฉีดโฟม"

🟩 กรณีที่ "สามารถฉีดโฟมได้"

พื้นยางมะตอยเททับคอนกรีต (Asphalt overlay on concrete slab)

  • พื้นลักษณะนี้จะมี "แผ่นคอนกรีต" อยู่ด้านล่าง ทำหน้าที่เป็นฐานรับน้ำหนักหลัก

  • หากใต้แผ่นคอนกรีตเกิดโพรง (Void) หรือดินทรุดตัว
    → สามารถ เจาะทะลุผ่านยางมะตอยและคอนกรีต แล้วฉีด PU Foam เข้าใต้คอนกรีตได้

  • ผลที่เกิดขึ้น:
    ✅ โฟมเข้าไปอัดแน่นโพรงใต้คอนกรีต
    ✅ ยกพื้นกลับระดับเดิมได้โดยไม่กระทบชั้นยางมะตอยด้านบน

➡️ สรุป: พื้นยางมะตอยที่มี "คอนกรีตรองรับอยู่ด้านล่าง" สามารถใช้เทคโนโลยี PU Foam Injection ได้ตามปกติ

เทคโนโลยีโพลียูรีเทน (PU Foam Injection) เหมาะสำหรับการซ่อม พื้นคอนกรีตที่วางบนดินโดยตรง (Slab-on-ground) โดยไม่มีเสาเข็ม และไม่มีระบบท่อหรือสายไฟฟ้าฝังอยู่ใต้พื้น รวมถึงพื้นต้องมีสภาพที่ยังแข็งแรงพอสมควร

💡 ก่อนการทำงาน ทีมวิศวกรจะทำการ ตรวจสอบและประเมินพื้นที่หน้างานทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการซ่อมจะปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

By |2026-04-03T16:03:53+07:007 มกราคม 2026|PU Foam Injection|0 Comments

PU Foam Injection คืออะไร?

เจาะลึก "PU Foam Injection"

นวัตกรรมซ่อมพื้นทรุดที่โรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลกเลือกใช้ คืออะไรและทำไมถึงคุ้มค่าที่สุด?

ในวงการอุตสาหกรรม "เวลา" คือต้นทุนที่แพงที่สุด การหยุดไลน์การผลิตเพียง 1 วันเพื่อซ่อมแซมพื้นโรงงานที่ทรุดตัว อาจหมายถึงความเสียหายมหาศาล นั่นจึงเป็นเหตุผลที่วิธีการซ่อมแบบเดิมๆ อย่างการทุบทำใหม่ หรือการอัดน้ำปูน (Mud Jacking) เริ่มไม่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

วันนี้ Tesla Engineering จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ PU Foam Injection เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนมาตรฐานการซ่อมบำรุงเชิงโครงสร้าง ที่วิศวกรและเจ้าของโรงงานต้องรู้

Polyurethane Grouting / Geopolymer Injection

PU Foam Injection (หรือชื่อทางเทคนิคคือ Polyurethane Grouting / Geopolymer Injection) คือกระบวนการฉีดสารโพลียูรีเทนชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติขยายตัวสูงและความหนาแน่นสูง (High Density) ลงไปใต้ชั้นคอนกรีตเพื่อแก้ปัญหาดินทรุดตัวหรือโพรงใต้ดิน

หลักการทำงาน: เมื่อฉีดสารเหลวลงไปในชั้นดิน สารจะเกิดปฏิกิริยาเคมีและขยายตัวอย่างรวดเร็ว (ภายในไม่กี่วินาที) โดยจะเข้าไปแทรกซึมและเติมเต็มโพรงว่าง (Void Filling) ใต้พื้นคอนกรีตจนแน่น เมื่อไม่มีที่ว่างให้ขยายตัว แรงดันจากการขยายตัวจะแปรเปลี่ยนเป็น แรงยก (Lifting Force) ที่สามารถดันพื้นคอนกรีตหนาๆ หรือเครื่องจักรหนักๆ ให้กลับมาสู่ระดับเดิมได้ พร้อมทั้งอัดแน่นดินเดิมให้แข็งแกร่งขึ้น (Soil Stabilization)

PU Foam Injection คือเทคโนโลยีซ่อมพื้นทรุดด้วยการ

เจาะรูขนาดเล็กบนพื้นคอนกรีต แล้วฉีดสารโพลียูรีเทนชนิดโครงสร้าง (Structural Polyurethane Foam)
ลงไปใต้พื้น เพื่อเติมเต็มโพรง อัดแน่นชั้นดิน และยกปรับระดับพื้นอย่างแม่นยำ

การขยายตัว 10–20 เท่า และแรงยก (Lifting Force)

ระหว่างการเกิดปฏิกิริยา
PU Foam จะ ขยายตัวประมาณ 10–20 เท่า จากปริมาตรเริ่มต้น

การขยายตัวนี้ทำให้เกิด:

  • แรงดันจากทุกทิศทาง

  • การแทรกตัวเข้าไปในโพรง ใต้แผ่นคอนกรีต และในชั้นดินที่หลวม

  • การอัดแน่น (Densification) ของดินด้านล่าง


1. ซ่อมเสร็จ ใช้งานได้ทันที 

Zero Downtime

นี่คือ "Key Factor" สำคัญที่สุด วิธีการเทคอนกรีตใหม่ต้องรอเซตตัว 7-28 วัน แต่งานฉีด PU Foam ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง (ส่วนใหญ่ทำเสร็จภายใน 1 วัน หรือช่วงกลางคืน)

  • ผลลัพธ์: เมื่อฉีดเสร็จเพียง 15-30 นาที รถ Forklift สามารถวิ่งทับได้ทันที ไลน์ผลิตไม่ต้องหยุด เครื่องจักรไม่ต้องย้าย


2.  รองรับน้ำหนักระดับ Heavy Duty

High Load Bearing Capacity

หลายคนเข้าใจผิดว่า "โฟม" ต้องนิ่ม แต่ PU Foam เกรดวิศวกรรมที่ Tesla Engineering เลือกใช้นั้น เมื่อเซตตัวจะมีความแข็งแกร่งดั่งหินเทียม

  • สามารถรับน้ำหนักได้สูง (ตรวจสอบค่ารับน้ำหนักได้จากผลทดสอบทางวิศวกรรม) รองรับชั้นวางสินค้า (Racking) สูงๆ หรือเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือนได้สบาย


3. ความแม่นยำสูง

High Precision

การควบคุมระดับการยกพื้นทำได้ละเอียดระดับ "มิลลิเมตร" ด้วยการมอนิเตอร์ผ่านเครื่องเลเซอร์ตลอดเวลา ทำให้มั่นใจได้ว่าพื้นจะกลับมาได้ระนาบที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุรถ Forklift หรือปัญหาการวางเครื่องจักร


4. ไม่รบกวนหน้างาน

Non-Invasive

การซ่อมวิธีนี้เจาะรูที่พื้นขนาดเล็กเพียงเท่าเหรียญบาท (ประมาณ 10-16 มม.)

  • Clean Technology: ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่เลอะเทอะ ไม่มีการทุบทำลาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานอาหาร (Food Grade), ยา, หรือห้องคลีนรูมที่ต้องการมาตรฐานความสะอาดสูง (GMP/HACCP)


5. ความทนทานระยะยาว

Long-Term Durability

วัสดุ PU Foam เกรดพรีเมียมมีคุณสมบัติพิเศษคือ:

  • ไม่ดูดซึมน้ำ: ไม่เปื่อยยุ่ยแม้ใต้ดินจะมีความชื้นสูง

  • ทนสารเคมี: ทนต่อสภาพกรด-ด่างในดิน

  • คงทนถาวร: ไม่ย่อยสลายตามกาลเวลา ช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้นโรงงานไปได้อีกยาวนาน (พิสูจน์ได้จากการสำรวจหน้างานจริงที่ผ่านไปกว่า 7-10 ปี)


ทำไมต้อง Tesla Engineering?

สิ่งที่ทำให้ Tesla Engineering ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า โรงอุตสาหกรรมชั้นนำ และภาครัฐวิสหากิจ คือมาตรฐานที่เราไม่เคยลดละ

  1. Premium Grade Material Only: เราใช้ PU Foam เกรดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่องานรับน้ำหนักโครงสร้างโดยเฉพาะ

  2. Engineering Driven: ทุกเคสมีการประเมินโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ มีการคำนวณและวางแผนจุดฉีดตามหลักวิศวกรรม

  3. Proven Track Record: ผลงานการซ่อมแซมโรงงานและคลังสินค้าชั้นนำ การันตีด้วยเคสตัวอย่างและการติดตามผลระยะยาว


By |2025-12-19T15:53:49+07:0019 ธันวาคม 2025|ไม่มีหมวดหมู่|0 Comments

เปรียบเทียบ 3 วิธีซ่อมพื้นทรุด พื้นทรุดในงานโรงงานและถนน

เจาะลึก 3 โซลูชันแก้ปัญหา "พื้นโรงงานทรุด":  

เปรียบเทียบความคุ้มค่า ด้านงบประมาณและเวลา (Business Continuity)

ในภาคอุตสาหกรรม ปัญหา "พื้นทรุด" (Floor Subsidence) ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือความเสี่ยงระดับวิกฤต ทั้งอุบัติเหตุจากรถ Forklift, การวางเครื่องจักรที่ไม่ได้ระนาบ (Misalignment), และโครงสร้างที่อาจเสียหายจนไม่ผ่าน Safety Audit

โจทย์ใหญ่ของผู้จัดการโรงงาน (Plant Manager) หรือเจ้าของกิจการ ไม่ใช่แค่ "จะซ่อมอย่างไร" แต่คือ "จะซ่อมอย่างไรโดยไม่ให้ Line การผลิตต้องหยุดชะงัก?"

บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบ 3 วิธีการซ่อมแซมพื้นทรุดในสเกลงานอุตสาหกรรม เพื่อให้คุณเลือก Solution ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านวิศวกรรมและความคุ้มค่าทางธุรกิจ (ROI) มากที่สุด


PU Foam Injection (เทคโนโลยีฉีดสารยกปรับระดับ)

1. PU Foam Injection (เทคโนโลยีฉีดสารยกปรับระดับ)

(Solution for: Zero Downtime & Operational Efficiency)

เทคโนโลยีการฉีดสาร Polyurethane ความหนาแน่นสูง เป็นวิธีที่ตอบโจทย์โรงงานสมัยใหม่ที่เน้น Speed และ Hygiene

  • กระบวนการ: เจาะรูขนาดเล็ก (16 มม.) และฉีดสาร PU High Density เข้าไปเพื่อเติมเต็มโพรงและยกแผ่นพื้นคอนกรีต (Slab) ให้คืนระดับ

  • จุดเด่นสำหรับอุตสาหกรรม:

    • Minimize Downtime: ซ่อมเสร็จและคืนพื้นที่ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สามารถทำซ่อมหลังเลิกงานและเปิดใช้งานได้ทันที

    • High Load Bearing: โฟมเกรดอุตสาหกรรมสามารถรับน้ำหนักเครื่องจักรและรถ Forklift ได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม

    • Clean & Safe: ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานอาหาร (Food Grade), ยา, หรืออิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องการความสะอาดสูง

  • เหมาะสำหรับ: ทางเดินรถ Forklift, พื้นคลังสินค้า (Warehouse), พื้นที่วางเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง พื้นโรงงานทุกประเภทที่มีปัญหาพื้นทรุด


2. Reconstruction & Re-piling (รื้อทำใหม่และลงเสาเข็ม)

(Solution for: Structural Failure)

วิธีการดั้งเดิมที่เน้นการแก้ปัญหาที่รากฐาน เหมาะสำหรับกรณีที่ความเสียหายรุนแรงถึงขั้นวิกฤต

  • กระบวนการ: รื้อถอนพื้นเดิม สกัดคอนกรีต ขนย้ายเศษวัสดุ ตอกเสาเข็ม Micro Pile และเทคอนกรีตใหม่

  • จุดเด่นสำหรับอุตสาหกรรม:

    • Structural Reset: เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ทั้งหมด เหมาะกับพื้นที่ที่โครงสร้างเดิมวิบัติจนไม่สามารถรับน้ำหนักได้แล้ว

  • สิ่งที่ต้องพิจารณา (Trade-off):

    • Long Downtime: ต้องปิดพื้นที่ซ่อมแซมยาวนาน 14-30 วัน ส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตและการขนส่ง

    • Environment Impact: เสียงดัง แรงสั่นสะเทือน และฝุ่นละออง อาจรบกวนเครื่องจักรข้างเคียงหรือไลน์การผลิตใกล้เคียง

  • เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่ทรุดตัวรุนแรงมากจนโครงสร้างเหล็กเสริมเสียหาย, พื้นถนนเมนหลักที่ต้องการเปลี่ยนสเปคการรับน้ำหนักใหม่

วิธีการซ่อมพื้นทรุดด้วยการรื้อทำใหม่และลงเสาเข็ม

3. Cement Grouting (การอัดน้ำปูน)

(Solution for: Void Filling)

วิธีดั้งเดิมในการจัดการกับโพรงใต้ดินขนาดใหญ่ โดยใช้วัสดุที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า

  • กระบวนการ: เจาะรูขนาดใหญ่เพื่ออัดน้ำปูนทราย (Mortar) เข้าไปเติมเต็มโพรงใต้พื้น

  • จุดเด่นสำหรับอุตสาหกรรม:

    • Cost Effective for Large Voids: เหมาะกับการถมโพรงขนาดใหญ่ในพื้นที่เปิดโล่ง ที่ไม่ได้ต้องการความแม่นยำของระดับสูงมากนัก

  • สิ่งที่ต้องพิจารณา (Trade-off):

    • Heavy Weight: น้ำปูนเพิ่มน้ำหนักกดทับดินเดิม (Surcharge Load) ซึ่งอาจเร่งอัตราการทรุดตัวในอนาคตหากชั้นดินอ่อน

    • Curing Time: ต้องรอปูนเซ็ตตัวอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง

  • เหมาะสำหรับ:  ลานกองตู้คอนเทนเนอร์ (Container Yard) ที่เป็นพื้นที่เปิดโล่งและมีโพรงขนาดใหญ่


ปรึกษาวิศวกรเชี่ยวชาญด้านงานซ่อมพื้นอุตสาหกรรม

อย่าปล่อยให้ปัญหาพื้นทรุด กระทบ Supply Chain ของคุณ ทางเรามีทีมวิศวกรพร้อมเข้าประเมินหน้างาน

(Site Assessment) เพื่อนำเสนอ Solution ที่เหมาะสมที่สุดกับงบประมาณและข้อจำกัดด้านเวลาของโรงงานคุณ

  • บริการ: สำรวจหน้างาน, วิเคราะห์ปัญหาทางวิศวกรรม, ซ่อมแซมด้วยเทคโนโลยี PU Foam มาตรฐานสากล

  • ติดต่อขอใบเสนอราคาโครงการ (Project Quotation):

By |2025-12-17T15:57:09+07:0017 ธันวาคม 2025|ไม่มีหมวดหมู่|0 Comments
Go to Top